มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมราว 15 ล้านไร่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าว 13 ล้านไร่ ที่เหลือเป้นพื้นที่ปลุกพืชไร่และอื่นๆ ....มูลค่าความเสียหายน่าจะอยู่ที่ 80,000 ล้านบาท

แม้จะมีข่าวดีที่ว่า น้ำท่วมระลอกนี้จะส่งผลดีต่อการปลูกข้าวนาปลังรอบถัดไป เนื่องจากมีปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำหลายแก่งมากกว่า 90% ของความจุเป็น
ผลดีต่อการปลูกข้าวบนพื้นที่ดอนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกข้าวมากประมาณ 50 ล้านไร่หรือคิดเป็น 50% ของพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ
ชดเชยส่วนที่เสียหายจากน้ำท่วมได้

แต่ก็มีปัญหาสำคัญว่า...ผืนดิน ไร่นาที่ถูกน้ำท่วมขังจะอุดมสมบูรณ์พร้อมทำการเก๋ตรกี่มากน้อย?
"ดินที่น้ำท่วมขังนาน 15-20 วัน จะทำให้เกิดปัญหามีตะกอนทับถมหน้าดิน ปลูกพืชได้ผลผลิตไม่ดี บางแห่งหลังน้ำลดทำให้พืชยืนต้นตาย หรือไม่ก็เกิดเชื้อรา
โคนต้นสะสม หรือถ้าน้ำไหลก็พัดปุ๋ย อาหารพืชไปหมด ทำให้ต้องฟื้นฟูดิน"

ธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอก

เหล่านี้เกษตรกรต้องปรับปรุงสภาพดินหลังน้ำลด ขั้นตอนที่แนะนำเริ่มจากใช้ปุ๋ยพืชสด ปลูกพืชตระกูล อายุสี่สิบห้าวัน พอโตเก็บเม็ดขายได้ แล้วไถกลบ...
ขั้นต่อมาก็ปรับปรุงสภาพกรดด่างของดินให้เหมาะสม

"ดินแต่ละภาคปรับสภาพต่างกันไป ดินภาคเหนือเป็นดินเปรี้ยวก็ทำอีกอย่าง ดินภาคอีสานเป็นดินเค็ม ที่นาก็ปรับวิธีหนึ่ง ที่เนินก็ต้องปรับอีกอย่างหนึ่ง
แต่ประเด็นสำคัญว่ามีเกษตรกรไทยวันนี้ไม่ค่อยสนใจเรื่องการปรับปรุงสภาพดินให้พร้อมที่จะปลูกพืช"

ดินหลังจากน้ำท่วม ที่มีปัญหาเพราะน้ำท่วมจะกดทับหน้าดิน ออกซิเจนไม่มี โบราณดั้งเดิมจะปรับดินด้วยการขุดยกหน้าดินขึ้นมา แต่ปัจจุบันมีวัสดุยำรุงดิน
ให้ใช้หลากหลาย รวมถึงการใช้ปุ๋ยพืชสด เป็นการลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีไปในตัว

ธวัชชัยบอกว่า กรมพัฒนาที่ดิน กระจายแนวคิดผ่านหมอดินในแต่ละชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างคามเข้าใจ พบปัญหาอีกว่าการปรับสภาพดินบางพื้นที่วัสดุบำรุงดิน
ขาดแคลน บางอย่างต้องซื้อแถมยังมีราคาสูง

น้ำท่วมหนนี้ รวมถึงปีต่อๆไปทีอาจจะเกิดขึ้นได้อีก เกษตรกรไทยต้องปรับตัวให้มาก เพราะถ้ามีเงินทุนเรื่องเหล่านี้คงไม่ใช่ปัญหา ตรงข้ามกันหากไม่มีเงินแต่อยาก
มีปัญญา มีความรู้ในการฟื้นฟูดินก็ทำได้ด้วยการเดินเข้าไปหาหมอดินในแต่ละพื้นที่ ขอคำแนะนำ หรือ ติดต่อไปได้ที่พัฒนาที่ดินจังหวัดใกล้บ้าน

สำหรับแผนฟื้นฟูดิน จังหวัดน้ำท่วม ถึงวันนี้มีการออกสำรวจ ทำแผนเรียบร้อยแล้ว พร้อมเข้าไปปฎิบัติการได้ทันทีหลังน้ำลด เช่น ที่อำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์
มีซุงลงพื้นที่นา 900 ไร่ มีการวางแผนเอาฟิน ซุง เศษไม้ออก และดั้งคันนาใหม่ ส่วนพื้นที่ดินโล้นๆที่พังลงมา ก็มีแผนอนุรักษ์ดินและน้ำ ปลูกไม้ยืนต้น ปูกหญ้า
แฝกเป็นแนวป้องกันหน้าดิน

เรามีหมอดินเจ็ดหมื่นกว่าคน อยู่ในทุกหมู่บ้านทั่วไทย คนเหล่านี้มีข้อมูลเกี่ยวกับดินแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี ธวัชชัยบอกว่าที่ต้องปรับแผนกันในปีนี้ งบส่วนหนึ่งต้อง
เอามาลงเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน น้ำท่วมขังเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นในพื้นที่ 22 จังหวัด

"น้ำท่วมขังเน่าเสียเหม็น ใช้จุลินทรีย์สายพันธ์ไทยแท้ หลักการผสมจะใช้ พด.6 หนึ่งซองผสมกากน้ำตาล 5 กิโลกรัมผสมน้ำเปล่า 50 ลิตรหมักใส่ถังเอาไว้ 3 วัน
แต่ละวันก็คบเพื่อให้เข้ากัน วันละครั้งสองครั้ง"

ครบ 3 วันแล้วก็เอาไปเทน้ำจุลินทรีย์ 500 ลิตร จะไปใช้ได้กับพื้นที่ดิน 10 ไร่ ในความลึกไม่เกิน 20 เซนติเมตร หรือถ้าระดับน้ำลึกกว่านี้ต้องใช้ปริมาณมากกว่านี้
เทใส่ลงไปแล้วนับเวลาเป็นหลัก ชั่วโมง กลิ่นจะค่อยๆหายไปแล้วภายในหนึ่งสัปดาห์สภาพน้ำก็จะกลับมาใสเหมือนเดิม

จุลินทรีย์ที่ว่านี้ยังมีความพิเศษอีกอย่างด้วยคุณสมบัติที่หนักกว่าน้ำไม่ใช้ออกซิเจน ค่อยๆซึมไปบนผิวดินมีประโยชน์ในการย่อยสลายซากเศษ วัสดุ อินทรีย์วัตถุต่างๆ
ในยามปกติ พด.6 ทีใช้ยาบำบัดน้ำเสียครั้งนี้จะเอาไปใช้ย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ใบไม้ กิ่งไม้ เอามาใช้เป็นปุ๋ย แต่ใรยามน้ำท่วมเศษซากที่ลอยมากับน้ำ ก็จะถูก
จุลินทรีย์กินแล้วย่อยสลายเช่นกัน กลายเป็นปุ๋ยไปในตัว

ข้อมูลสำรวจพื้นที่ชุมชนที่ถูกน้ำท่วมมีประมาณ 2.7 ล้านไร่ คาดว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังและมีปัญหาน้ำเน่าเสียประมาณ 1.9 ล้านไร่สำหรับการให้ความช่วยเหลือ
เบื้องต้น กรมพัฒนาที่ดิน ได้นำน้ำหมักชีวภาพ พด.6 เทลงในพื้นที่ที่น้ำท่วมบังที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นแล้วในหลายพื้นที่ อาทิ นครปฐม สุพรรณบุรี อ่างทอง นครสวรรค์
ลพบุรี อยุธยา สระบุรี ชัยนาท

ปฎิบัติการนี้ รัญบาลโดย ศปภ. ได้ขอสบับสนุนจากกรมพัฒนาที่ดินทั้งสิ้น 6 ล้านลิตร ซึ่งได้ทำการส่งมอบให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2554 ทีผ่านมา

ในต่างจังหวัดสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด จะประสานกับผู้ว่าทุกจังหวัด จัดกิจกรรมการบำบัดน้ำเน่าเสียในชุมชน นอกจากนี้สถานีพัฒนาที่ดินใน 22 จังหวัดที่ประสบภัย
น้ำท่วมและจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง ก็จะเร่งผลิตน้ำหมักชีวภาพ พด.6 เพิ่มเติมเพื่อนำไปบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อื่นๆอีก 5 ล้านลิตร

ปัญหาน้ำเสียมีทีท่าว่าจะเกิดตามมาอีกหลายพื้นที่ ชุมชน ประชาชนทั่วไปติดต่อเพื่อแจ้งพื้นที่ที่ประสบปัญหา ได้ที่ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรมพัฒนาที่ดิน
ศปภ.พด. หรือสายด่วน 1760 กด 7 หรือแจ้งที่อีเมล์ flood_ldd@ldd.mail.go.th flood_ldd@ldd.go.th

นางสาวเสียงแจ๋ว พิริยพฤนต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ เสริมว่า ในการผลิตน้ำหมักชีวภาพ พด.6 ถึงแม้จะเป็นงานเร่งด่วน แต่ต้องตรวจสอบคุณภาพ
กระบวนการผลิตทุกขั้นตอน เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ในการบำบัดกลิ่่นเหม็น น้ำเน่าเสีย

ในเรื่องประสิทธิภาพ ขอให้มั่นใจได้ เรามีข้อมูลทางการวิจัย และ ทดลองนำไปใช้ในหลายพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหากลิ่นเน่าเหม็น และ บำบัดน้ำเสีย นับตั้งแต่เหตถการณ
สึนามิที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ของไทย และเหตุการณ์พายุนากิสถล่มประเทศพม่า

ต้องย้ำว่าน้ำหมัก พด.6 มีเชื้อจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการช่วยย่อยสลายโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ
อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดน้ำเน่าเหม็น

ปัจจุบันมีการเรียกน้ำหมักชีวภาพและผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ต่างๆกันอย่างหลากหลาย ประชาชนทั่วไปยังสับสนและจะคุ้นหูกับคำว่า "EM"

ความเป็นจริง "EM" ซึ่งย่อมาจากคำว่า Effective Microorganism ที่แปลว่า จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพและมีการนำตัวย่อมาเรียกเป็นชื่อทางการค้า ซึ่งจริงๆแล้วก็
เป็นหลักการเดียวกัน แต่ในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของจุลินทรีย์ขึ้นอยู่กับกระบวนการคัดเลือกเชื้อที่มีประโยชน์มาใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ธวัชชัยอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินย้ำว่า คนทั่วไปอาจคุ้นหูคำว่าอีเอ็มแต่ต้องเข้าใจว่าเป็นยี่ห้อหนึ่ง เพราะคำว่าอีเอ็มเป็นชื่อเรียกรวมจุลินทรีย์ทั้งหมด พด.6ก็เป็นส่วนหนึ่งในอีเอ็ม
ที่เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ตัวดีที่ทีมวิจัยเราเลือกมาผลิต อาจเรียกได้ว่าเป็นจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทยที่เหมาะกับการใช้งานในประเทศไทย

ซึ่งวันนี้กรมพัฒนาที่ดิน ก็มีหลายกลุ่มจุลินทรีย์ตัวดีไล่เรียงไปตังแต่ พด.1-12 หลากหลายคุรสมบัติ ประโยชน์ใช้งาน

วิกฤติน้ำท่วม เน่าเหม็นคลี่คลายลงแล้ว ต้องไม่ลืมพลิกฟื้นผืนดินให้อุดมสมบูรณ์ด้วยจุลินทรีย์พันธุ์ดีฝีมือคนไทย เกษตรกรไทยจะได้ลืมตาอ้าปากได้ เพราะลดการใช้
สารเคมีอย่างยั่งยืน


สำหรับเกษตรกรที่ต้องการจะปรับโครงสร้างของดินและปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสมแก่การเพาะปลูก
เรามีปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีของดาวปูแดง ราคาประหยัด พร้อมใช้และผลิตภัณฑ์ดาวปูแดงต่างๆ
ที่พร้อมแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง ทุกคำตอบทางด้านการเกษตร รากเน่า ดินมีปัญหา เชื้อราต่างๆ
ติดต่อปรึกษา คุณธาดา 086-307-2156 085-919-6477